May292012
บทที่ 10 เป็นการเที่ยวครั้งทุดท้ายที่สนุกที่สุดเลย
หลังจากนั้นไม่นานอีกเพียงแค่ 2 เดือน เท่านั้นที่จะได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ ทุกคนต่างตั้งใจเรียนทุกคนในห้องจากตอนแรกแบ่งเวลาไม่เป็นหรือถ้าเป็นก็ไม่ถึง 5 คน แต่ ณ ตอนนี้ทุกๆคนต่างก็แบ่งเวลาของตัวเองได้ จัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมต่างๆในแต่ละวันมีความทรงจำและมีความสัมพันธ์ที่น่าทึ่งเพราะเด็กเหล่านี้มีความคิดที่ดีจนผู้ใหญ่บางคนไม่สามารถคิดได้และถึงแม้ว่าอีกแค่ 2 เดือนก็จะปิดเทอมแล้วแต่นักเรียนทุกคนก็ต่างกระตือรือร้นในการทำสิ่งต่างๆในโรงเรียนทุกคนเรียนเก่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเช่นว่า จากที่ซายะทำอาหารไม่ได้เรื่องแค่ไข่เจียวยังไหม้ยังทำให้อร่อยได้ จากที่ไอเรียนไม่เก่งก็เรียนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากที่โทรุชอบสร้างปัญหาแกล้งเพื่อนประจำก็ไม่แกล้งใครอีกแถมยังช่วยเหลือเพื่อนๆในห้องอีกด้วย
“นี่ๆ พวกเราวันหยุดนี้ไปเที่ยวสวนสนุกแบบตอนนั้นกันอีกดีมั้ยเพื่อนๆ อีกแค่ครึ่งเดือนเราก็อาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วนะ”ซายะถามเพราะอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เที่ยวกับเพื่อนด้วยกัน “ก็ดีนะแต่ เปลี่ยนเป็นที่อื่นบ้างสิ”ยูริโกะตอบ “แล้วยูริโกะจังอยากจะไปที่ไหนล่ะ”ยูถาม “เอาเป็น…..ไปที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ดีมั้ย ฉันเคยไปที่นั่นนะสวยมากๆเลยล่ะ แล้วก็มีแต่ของที่ไม่เคยเห็นทั้งนั้นเลยด้วยนะ”อิจิเสนอความเห็น “ก็ดีเหมือนกันนะ เอาล่ะตกลงตามนี้ละกันนะ”โคจิตอบ “วันหยุดนี้ไปกันเลยนะ”นาโอยะนัดวันทันที
และแล้วก็ถึงวันที่ทุกคนอาจจะได้เที่ยวด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย ณ พิพิธภัณฑ์เมืองXXX ชั้น 1 ที่แสดงประวัติของนักวิทยาศาสตร์บุคคลต่างๆ ทุกคนต่างตื่นตาตื่นใจกับงานวิทยาศาสตร์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน “โห นี่คือใครงั้นหรอ”ไอพูดขึ้นลอยๆในขณะที่กำลังสนใจภาพของนักวิทยาศาสตร์ท่านหนึ่ง “อ๋อ คนนี้เป็นนักวิทยาศาสตร์น่ะเขาชื่อ Mr.Mendel”อิจิตอบกับไอ “แล้วเขาเป็นใคร สำคัญยังไงงั้นหรอ”นาโอมิถามต่อ “เขาเป็นนักพันธุศาสตร์น่ะ”อิจิตอบ “งั้นหรอ แล้วคนนี้ล่ะ”ซายะถามพลางชี้ไปที่ภาพคนคนหนึ่ง “เขาคือ Einstien ไงล่ะ คุ้นๆบ้างมั้ย เขาเป็นผู้ค้นพบทฤษฎีทางฟิสิกส์ เปลี่ยนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโลกทำให้เข้าใจว่าเอกภพมีกำเนิดและจุดจบอย่างไร และยังสอนให้เรารู้จักการวัดระยะเวลาอีกด้วยนะ”อิจิตอบซายะ “ว้าววว งั้น Einstien ก็เก่งมากเลยน่ะสิเนีย ฉันอยากเป็นเหมือนเขาจังเลย”ยูริโกะพูด “แล้วคนนี้ล่ะอิจิ”ยูยะถามขณะมองไปที่ภาพของชาร์ลส์ ดาร์วิน “อ๋อ คนคนนี้ก็คือ ชาร์ลส์ ดาร์วิน เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่พลิกความเชื่อของมนุษย์ที่ว่า พระเจ้าคือผู้สร้างโลกและมนุษย์ขึ้นมามนุษย์จึงเหนือกว่าสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นของศาสนาคริสต์ ไงล่ะ” “โห ชาร์ลส์ ดาร์วิน ก็เก่งเหมือนกันนะเนีย”โคจิชื่นชม ชั้น 2 เป็นที่แสดงความหลากหลายของสัตว์ชนิดต่างๆ “บีเวอร์น่ารักจังเลยน้า”เคียวโกะผู้รักสัตว์เอ่ยขึ้น “พวกเธอยากรู้เรื่องบีเวอร์มั้ยเดี๋ยวฉันจะอธิบายให้ฟังนะ”เจ้าที่หน้าถามเด็กๆ “จะอธิบายให้ฟังหรอครับ งั้นโอเคเลย”เคนอิจิตอบแทนเพื่อนๆ “คือว่านะ บีเวอร์เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกลุ่มฟันแทะ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ใต้น้ำ บีเวอร์จึงมีลักษณะหลายอย่างที่พัฒนาขึ้นมาให้เหมาะสมกับการอาศัยอยู่ในน้ำ เช่น หาง จะเป็นแผ่นแบนเพื่อช่วยในการควบคุมทิศทางไงล่ะ”เจ้าหน้าที่อธิบายอย่างย่อๆ “โอ้โห มีปูเสฉวนด้วย มันเป็นหอยใช่มั้ยครับ”ชิโร่ที่เหลือบไปเห็นปูเสฉวนกล่าว “ปูเสฉวนมันไม่ใช่หอยนะมันเป็นปู แต่มันอาศัยอยู่ในเปลือกหอย ถึงแม้ว่ามันจะจัดอยู่ในสัตว์เปลือกแข็งแต่มันมีเฉพาะส่วนหน้าเท่านั้นส่วนหลังจะอ่อนนิ่มมันจึงหาเปลือกหอยที่เหมาะกับตัวเองมาป้องกันอย่างไรล่ะ เอาล่ะอีกไม่นานพิพิธภัณฑ์ก็จะปิดแล้วนะ กลับกันได้แล้วล่ะ ไว้ค่อยมาใหม่นะเด็กๆ”เจ้าหน้าที่บอกกับเด็กๆ “อ๋า จริงด้วยสิเนีย วันนี้ที่บ้านฉันมีงานวันเกิดพี่ชายด้วยงั้นฉันขอกลับก่อนนะ ไว้เจอกันใหม่ บาย”ยูยะพูด “จริงด้วยกลับกันเถอะนะ ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยให้ความรู้กับพวกเรา”นาโอยะกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ดูแล “ไม่เป็นไร คราวหน้ามากันอีกนะ” “ครับบบ” “วันนี้สนุกมากเลยนะแต่ว่าพวกเราจะไม่ได้มาเที่ยวแบบนี้อีกแล้วใช่มั้ยล่ะ”ไอถามเพื่อนๆ “ไม่รู้เหมือนกันสินะ แต่ว่ายังไงเราก็ต้องเจอกันอีกแน่นอนเลยล่ะ”ซายะพูด “เอาล่ะ เจอกันที่โรงเรียนนะ เจอกันคราวหน้าก็สอบแล้วนี่นา”มิโอะพูดอย่างเซ็งๆ “บ๊าย บายนะเพื่อนๆไวเจอกันที่โรงเรียนนะ” ซายะพูดทิ้ง้ายก่อนที่ทุกคนต่างแยกย้ายกลับบ้าน
วันสอบปิดภาค ป.6 “วันสุดท้ายแล้วสินะที่พวกเราจะได้เจอกันน่ะ”นาโอมิพูดกับเพื่อนๆ “นั่นสินะ ฉันคงคิดถึงทุกคนมากแน่ๆเลยล่ะ”ไอพูดเสริม “วันนี้สอบวันสุดท้ายแล้ว มาพยายามกันเถอะนะ”ซายะพูดให้กำลังใจตัวเองและเพื่อนๆทั้งๆที่ตัวเองไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ว่าจะทำข้อสอบได้ “นั่นสินะ จะเข้าสอบแล้วรีบไปกันเถอะ”อิจิเสริมขึ้นมา …. “เอาล่ะวันนี้สอบสุดท้ายแล้วขอให้ทุกคนตั้งจำกันด้วยนะจ๊ะ”ครูทานากะที่เดินเข้ามาพร้อมกับข้อสอบในมือพูด ตกเย็น “นี่ วันนี้พวกเธอทำข้อสอบได้กันมั้ย”ยูถามเพื่อนๆ “ฉันไม่แน่ใจเลยล่ะ”ยูริโกะตอบกลับ “แต่ฉันว่าพวกเราทำได้นะ”ซายะพูดอย่างมีกำลังใจ “อีกไม่นานก็จบการศึกษาแล้วนี่”นาโอมิพูด ณ วันจบการศึกษา “นี่ๆฉันเอาไอ้นี่มาด้วยนะ”ชิโร่พูดพลางหยิบของบางอย่างออกมา “อะไรน่ะ”เคียวโกะถามชิโร่
ปล.เรื่องพวกนี้เคนเรียนผ่านมาตอนประถมเกือบทั้งหมดแล้ว
ปล2.ง่ายๆคือความรู้ประถม
9AM
บทที่ 9 สุขสันต์วันเกิดคุณครูทานากะ
เมื่อวานนี้เวลา 16.30 น. (วันจันทร์)
นักเรียนทุกคนต่างช่วยกันจัดบรรยากาศในห้องจากห้องเรียนเป็นห้องที่มีแต่สีสันและบนกระดานมีคำว่า “Happy Birthday To T.Tanaka Miki” และคำอวยพรต่างๆของนักเรียนเขียนเต็มกระดานไปหมดจดไม่เหลือที่ “พรุ่งนี้แล้วสินะ”ซายะพูดทิ้งท้ายก่อนที่ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน
และแล้วก็ถึงวันเกิดของครูทานากะ
นักเรียนทุกคนมาแต่เช้าด้วยความตื่นเต้นและมารวมตัวกันที่ห้องเพื่อนัดแนะกำหนดการเล็กน้อย เมื่อถึงเวลาเรียนซายะที่แอบมองดูอยู่นั้นก็บอกว่าครูมาแล้วทุกคนต่างปิดหน้าต่างและประตูจนภายในห้องมืด และเมื่อครูมาถึงหน้าห้องก็รู้ได้ทันทีว่านักเรียนของตนกำลังทำอะไรและเมื่อครูทานากะเปิดประตูเข้ามาก็….โป๊ะ!!เสียงพลุกระดาษดังทั่วห้องเรียนห้องนี้และมีเสียง “Happy Birthday To You….” เพลง Happy Birthday ก็ดังขึ้นพร้อมกับแสงเทียนและเสียงพลุกระดาษที่ตรงมาหาครูทานากะแต่ละคนก็มีของขวัญมาให้คนละกล่อง และมีของที่ทำให้ครูคนนี้ต้องประหลาดใจมากกว่าสิ่งที่นักเรียนจัดขึ้นมานั่นก็คือ สมีของเธอ สามีของเธอนั้นได้มาอยู่ในห้องและกล่าว Happy Birthday กับเธอ ซึ่งที่นักเรียนทำให้มันก็ซึ้งมากพออยู่แล้วสามีของเธอมาทำแบบนี้ทำให้น้ำตาเธอซึมออกากกว่าเดิม “ขอบใจพวกเธอทุกๆคนเลยนะที่อุตส่าห์จัดงานนี้เพื่อครูโดยเฉพาะ แล้วก็คุณด้วยนะคะ ขอบคุณมากที่ทำให้วันเกิดปีที่ 29 ของฉันเป็นปีที่วิเศษที่สุดไปเลย และเพื่อเป็นการขอบคุณพวกเธอวันนี้ครูจะสอนพวกเธออย่างเต็มความสามารถมากกว่าทุกๆวันเลยนะจ๊ะ”ทานากะ มิกิกล่าวขึ้นกับนักเรียนของเธอ “ที่รัก เดี๋ยววันนี้ผมจะต้องทำให้ความปรารถนาของคุณเป็นจริงให้ได้เลยล่ะ”สามีของเธอกระซิบกับเธอเบาๆทำให้ทานากะ มิกิถึงกับหน้าแดงต่อหน้านักเรียนไปเลย “อา อะไรกันเนียตอนแรกฉันนึกว่าครูจะให้เลิกเรียนได้ก่อนเวลาซะอีกนะ ไหงเป็นงี้ล่ะเนีย”เรียวสุเกะเริ่มบ่น “นี่นาย อย่าพึ่งบ่นได้มั้ย อย่าลืมเรื่องสิ่งที่ครูปรารถนาสิ”ยูริโกะเตือนเรียวสุเกะ “อ่า จริงด้วยฉันลืมสนิทเลยนะ แหะๆ โทษทีๆ”เรียวสุเกะแก้ตัวฉับพลัน “นายนี่มัน…”ยูเริ่มเซ็งกับความขี้เล่นของเรียวสุเกะ “เอาล่ะช่วยเช้าครูจะสอนแบบเบาๆสบายๆก่อนละกันนะ”ครูทานากะพูดอย่างเป็นกันเอง เมื่อทานากะ มิกิ สอนไปเรื่อยๆก็เริ่มยากขึ้นและหนักขึ้นทุกที จนกระทั่งวันนี้ผ่านพ้นไป “อา หิวจังเลยนะเนีย เรียนหนักกว่าทุกๆวันเลยแฮะวันนี้ใช้พลังงานสมองเยอะนะเนีย”เรียวสุเกะเริ่มบ่นกับตัวเอง “นี่ๆรีบกลับบ้านกันเถอะนะ วันนี้ครูให้การบ้านมาเพียบเลยไม่ใช่หรอ เดี๋ยวจะทำไม่ทันเอานะ”ยูยะบอกกับเรียวสุเกะให้รีบกลับเพราะวันนี้ครูให้การบ้านมาเยอะมากเป็นพิเศษ “นี่คุณค่ะ ทำไมคุณถึงได้มาที่โรงเรียนได้ล่ะ ใครเป็นคนบอกคุณงั้นหรอ”มิกิถามสามีขณะที่กำลังนั่งรถกลับบ้านด้วยกัน “ก็ลูกศิษย์ในห้องของเธอนั่นแหละคนที่ชื่อโอตากิน่ะ เป็นคนบอกฉันในวันนั้น”สามีของมิกิตอบกลับ “วันนั้น? วันไหนหรอค่ะ”มิกิถามต่อเพราะยังไม่เข้าใจ “ก็วันที่เธอบอกว่าอยากมีลูกไงล่ะ รู้สึกว่าวันนั้นเด็กๆของเธอแอบตามเธอมาที่บ้านเรานะ ตั้ง 6 คนแน่ะ ตอนนั้นหลังจากทานมื้อเย็นเสร็จฉันลืมของไว้ในรถก็เลยออกไปเอาน่ะ แล้วก็เจอกับเด็กๆพวกนั้นเข้าเด็กๆบอกว่า ‘วันเกิดของเธอคือวันที่ xx เดือนนี้ใช่มั้ย แล้วครูชอบอะไร’ เด็กๆถามผมแบบนี้น่ะ” “แล้วคุณก็บอกว่าใช่งั้นหรอค่ะ แล้วคุณบอกไปว่าฉันอยากได้อะไรงั้นหรอค่ะ” “เรื่องนั้นผมไม่รู้หรอนะว่าเธออยากได้อะไรที่เป็นสิ่งที่เด็กให้เธอไดผมก็เลยตอบไปว่า ‘อะไรก็ได้ที่ให้จากใจ’ ผมตอบเด็กๆไปว่าอย่างนี้น่ะ แล้วเป็นไงเด็กคนนั้นให้อะไรกับเธองั้นหรอ??” “คนไหนล่ะค่ะคุณ” “ก็คนที่ชื่อโอตากินั่นไง เด็กคนนั้นเป็นคนบอกแผนการทั้งหมดกับผมเลยนะ ผมว่าเด็กคนนั้นเก่ง ฉลาด แถมมีไหวพริบที่ดีมากเลยนะ” “อ๋อโอตากิซัง ฉันยังไม่ได้เปิดของขวัญของพกเด็กๆเลยสักคนน่ะค่ะ” “งั้นถ้าถึงบ้านแล้วเปิดนะที่รัก ผมอยากรู้ว่าเด็กคนนั้นให้อะไรกับคุณ” “ก็ได้ค่ะ” ทั้งคู่คุยกันอย่างสนุขสนานตามประสาสามีภรรยาจนกระทั่งถึงบ้าน… “นี่ที่รักค่ะ วันนี้ฉันเหนื่อยแล้วล่ะเรื่องเปิดของขวัญของเด็กๆไว้พรุ่งนี้ละกันนะคะ” “แล้วของขวัญของผมล่ะ เธอยังไม่ได้มันเลยนะ” “ไว้ก่อนละกันนะคะฉันเหนื่อยแล้วล่ะ” “ไม่ได้นะ ผมสัญญากับคุณไว้แล้วว่าต้องเป็นวันเกิดคุณเท่านั้น” “ก็ได้ๆ งั้นฉันขออาบน้ำก่อนละกันนะคะ ถ้าของขวัญองคุณไม่ถูกใจฉันละก็ โดนแน่ๆ” “ผมรับรองว่าคุณต้องชอบมันแน่ๆครับที่รัก ผมอาบน้ำบ้างดีกว่า เดี๋ยวผมจะไปใช้ห้องน้ำอีกด้านนึงนะ” “ค้า~” เมื่อมิกิอาบน้ำเสร็จก็มานั่งอยู่หน้ากระจกตามประสาผู้หญิงแล้วก็คิดไปต่างๆว่าสามีสุดที่รักของเธอจะให้อะไรเป็นของขวัญวันเกิด “แหวน? สร้อย? ต่างหู? หรือว่าเสื้อผ้า? ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละนะ ถ้าให้เราจากใจจริงๆ” “อ้าว ที่รักอบน้ำเสร็จแล้วหรอ เร็วเหมือนเดิมเลยนะเธอ ฮ่าฮ่า” “แล้วไหนล่ะของขวัญที่จะให้ฉัน” “อา นั่นน่ะหรอ ฉันล้อเล่นน่ะนะ ฮ่าฮ่า” “นี่คุณ…” “อย่าพึ่งโกรธสินอนไปเลยนะ นี่ดึกแล้วเธอสั่งการบ้านนักเรียนเยอะเลยไม่ใช่หรอเดี๋ยพรุ่งนี้ก็ตรวจไม่ทันหรอกนะ” “ฉันยังไม่ง่วงนี่” “ไปนอนเดี๋ยวนี้ นี่เป็นคำสั่ง” “ไม่” “ไปเดี๋ยวนี้ไม่งั้นผมจะ….” “คุณจะทำอะไรฉันมิทราบ..” “ทำอย่างนี้ไง” จากนั้นสามีของมิกิก็จูมพิตที่หน้าผากแล้วเลื่อนลงมาเรื่อยๆจนถึงริมฝีปากอันบอบบางของมิกิหลังจากนั้นทั้งสองดก็ล้มตัวนอนลง………
ปล.ตอนนี้ก็เคยเกิดขึ้นจริงเหมือนกันแต่ไม่มีสามีของครูมามีส่วนร่วมเท่านั้นเอง อิอิ
ปล2.ประสบการณ์ล้วนๆ 2 ตอนที่ผ่านมาเนีย กว่าจะเค้นออกมาได้
9AM
บทที่ 8 การสืบหาสิ่งที่ต้องการ
วันรุ่งขึ้น….”ทุกคนอรุณสวัสดิ์จ้า”ฮินากะทักทายบรรดาเพื่อนๆ “อรุณสวัสดิ์จ๊ะฮานากะจัง”ซายะกล่าวทักทาย “ทำอะไรกันอยู่หรอ”ฮินากะถามเพราะเห็นเพื่อนๆกำลังประชุมอะไรบางอย่างกัน “คืออย่างนี้นะ อาทิตย์หน้าจะเป็นวันเกิดของครูจะเอาอะไรเป็นของขวัญดีน่ะสิ”ยูบอกกับฮินากะพร้อมกับหยิบแผนงานวันเกิดมาจากมือของอิจิ “เอาอย่างนี้นะ เดี๋ยวฉันจะไปสืบมาให้เองมีใครจะไปกับฉันบ้างมั้ย”ฮินากะถามเพื่อนๆ “ฉันไปด้วยนะ นาโอมิด้วยจ๊ะ”ซายาเสนอ “ซายะ นี่เธอจะไม่ถามฉันหน่อยเลยหรอเนีย ว่าฉันอยากจะไปกับพวกเธอมั้ย”นาโอมิเริ่มโวย “นะ นะ นาโอมิจัง น่ารักที่สุดเลย นะ ไปกับซายะแล้วก็ฮินากะจังหน่อยนะ ขอร้องล่ะ”ซายะเริ่มอ้อน “ก็ได้ๆ แต่ว่าต้องมีสุภาพบุรุษไปด้วยนะสัก 2-4 คน พวกเราจะได้ปลอดภัยด้วย”นาโอมิเริ่มเสนอบ้าง “แล้วใครจะไปกับพวกเธอล่ะ”อิจิถาม ทุกคนต่างมองไปที่อิจิ เรียวสุเกะและยูยะ “เหหหห พวกเธอทำไมมองเรา 3 คนแบบนี้ล่ะ อย่าบอกนะว่า…”เรียวสุเกะพูดจากวนประสาทตามประสา “ถูกแล้วล่ะ พวกเราจะให้สาวๆไปกันเองแค่ 3 คนได้ไงกันย่ะ พวกนาย 3 คนต้องไปปกป้องสาวๆทั้ง 3 ด้วยนะจ๊ะ”โชโกะพูด “เฮ้อ ก็ได้ ก็ได้”อิจิพูดแบบเซ็งๆ กิ๊ง ก่อง ~ “พวกเธอมัวเอะอะอะไรกันอยู่ ทำไมพวกเธอถึงไม่ไปห้องวิทยาศาสตร์สักทีครูบอกเมื่อวันก่อนแล้วไม่ใช่หรอว่าสัปดาห์นี้คาบแรกของทุกวันให้ไปที่ห้องวิทยาศาสตร์น่ะ หรือว่าพวกเธอลืมเร็วเข้า ได้เวลาเรียนแล้ว”ครูมิกิที่เดินเข้าห้องพร้อมกับเสียงออดกล่าว “ครับ/ค่ะ” แล้วนักเรียนทุกๆคนก็นำอุปกรณ์และรีบวิ่งกันไปที่ห้องวิทยาศาสตร์ทั้งวันการเรียนก็ผ่านไปได้ด้วยดีโดยที่ครูมิกิก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่านักเรียนของตกนั้นกำลังทำอะไรกันอยู่เป็นเพราะนักเรียนตั้งใจทำสิ่งนี้ให้ครูมากเย็นวันนั้น….”นี่พวกเราเดี๋ยวเลิกเรียนแล้วพวกเราแอบตามครูไปที่บ้านกันนะจะได้รู้กันเลยว่าครูต้องการอะไร ระหว่างทางที่พวกฮินากะสะกดรอยตามครูทานากะ มิกินั้น ครูก็ได้แวะอยู่หลายที่เลยทีเดียว จนซายะสงสัยว่าทำไมแต่ทว่าพวกเธอก็หาคำตอบไม่ได้จนกระทั่งทานากะ มิกิ เข้าไปในสถานีรถไฟ “นี่ๆ รีบตามไปสิ เร็วๆ เดี๋ยวไม่ทันนะ”นาโอมิพูดเพราะพวกเธอได้ทิ้งห่างทานากะมิกิเข้าไปทุกที “นี่ๆแต่ฉันเอาเงินมาไม่พอนะ”ซายะพูด “ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันออกให้ก่อนก็ได้นะ”อิจิพูดพลางกดตั๋วรถไฟให้เพื่อนๆ 6 ใบ “อ่ะนี่ ตั๋วรถไฟ”อิจิพูดพลางยื่นตั๋วรถไฟให้กับเพื่อนๆ “นี่ รถไฟมาแล้วซายะเร็วๆๆๆ เดี๋ยวจะไม่ทันนะ”ฮินากะเรียกเพื่อนๆ “ฟู่ ทันพอดีเลยแฮะ แหะๆ โทษทีนะโทษที วิ่งมาเกือบไม่ทันแนะ”ซายะพูดแก้ตัว “นี่ยัยบ๊อง เธอเกือบตกรถแล้วนะดูสิ”ยูยะพูด “ก็บอกว่าขอโทษ ขอโทษไงล่ะ”ซายะพูดแก้ตัวอีกครั้ง ……. “นี่ ครูทานากะจะลงแล้วล่ะ ไปกันเถอะ”ฮินากะทีจ้องทานากะ มิกิอยู่ตลอดเวลากล่าว “นี่ทำไมบ้านครูอยู่ไกลจังเลยล่ะ แล้วทำไมถึงมาสอนเราตั้งไกลด้วยนะ”ซายะเริ่มบ่น “นี่เธอ อย่าบ่นมากนักได้มั้ยเนีย ถ้าเธออยากรู้เหตุผลก็ถมครูเขาเองสิ”ยูยะเริ่มทนซายะไม่ได้ นี่พวกเธอเลิกทะเลาะกันได้มั้ยเนีย ฉันเริ่มเซ็งแล้วนะ”นาโอมิเริ่มบ่นบ้าง “นี่ๆครูเลี้ยวแล้วล่ะเข้าบ้านแล้วล่ะ”ฮินากะแทรกขึ้นมา “เหหห บ้านหลังนี้อ่ะนะ ดูดีกว่าที่คิดเยอะแฮะ”ซายะกล่าวโดยที่ไม่เชื่อในสายตาตัวเอง “กลับมาแล้วหรอค่ะ คุณหนู”เสียงหญิงสาวจากภายในบ้านต้อนรับทานากะ มิกิ “คุณหนูหรอ หมายความว่าอย่างไรกันนะ???”อิจิเริ่มสงสัย “นี่ๆ ตรงนั้นมีหน้าต่างอยู่ไปแอบดูกันมั้ย”ซายะที่เห็นหน้าต่างอยู่อีกฝั่งเสนอความเห็น “เอาสิ เผื่อเราจะได้รู้นะว่าครานากะอยากได้อะไร”นาโอมิเริ่มเห็นด้วย “ไปกันเถอะ”ยูยะเร่งเพื่อน “นี่ ที่รัก สัปดาห์หน้าก็จะถึงวันเกิดของที่รักแล้วนะ ที่รักอยากจะได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิดหรอ”เสียงที่พวกฮินากะคุ้นเคยเอ่ยถามภรรยาสุดที่รักขึ้น “ฉันหรอค่ะ วันเกิดฉันปีนี้ฉันอยากได้สิ่งที่ฉันยังไม่มีค่ะ คือ ลูก ลูกที่น่ารัก เรียนเก่ง ไม่ดื้อ นี่แหละค่ะสิ่งที่ฉันอยากได้มาตลอด”มิกิกล่าวกับสามีของเธอ “นี่พวกเราถ้าครูอยากได้ของขวัญแบบนี้เราคงทำได้เพียงอย่างเดียวแล้วล่ะ”อิจิเด็กชายผู้ฉลาดที่สุดในห้องเริ่มพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เพื่อนๆยกเว้นฮินากะไม่เข้าใจในความหมาย “นี่ นายหมายความว่าอะไรน่ะที่ว่าทำได้อย่างเดียว??”ยุยะถามอิจิเพื่อความกระจ่างในสิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจ “เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะอธิยาบให้พวกนายฟังพร้อมกับเพื่อนๆเองละกันนะ วันรุ่งขึ้น….. “นี่ๆ ซายะจังเป็นไงบ้างล่ะ เมื่อวานนี้ที่แอบตามครูไปได้เรื่องมั้ย”โชโกะถาม “ได้มันก็ได้นะแต่ว่า…” “แต่ว่าอะไรล่ะรีบบอกมาสิ”เคียวโกะเริ่มทำสายตาน่ากลัวใส่ซายะ “คือว่าเมื่อวานนี้ฉันได้ยินครูเขาพูดกับแฟนเขาว่าแบบนี้นะ ฉันหรอค่ะ วันเกิดฉันปีนี้ฉันอยากได้สิ่งที่ฉันยังไม่มีค่ะ คือ ลูก ลูกที่น่ารัก เรียนเก่ง ไม่ดื้อ นี่แหละค่ะสิ่งที่ฉันอยากได้มาตลอด’ แต่ว่าฉันก็ไม่เข้าใจความหมายนักหรอกนะ แต่อิจิคุงน่ะสิบอกว่าจะมาอธิบายให้ฟังวันนี้น่ะนะ” “อิจิคุงมาแล้ว”มิโอะประกาศให้เพื่อนๆรู้ “นี่อิจิคุง เมื่อวานนี้หมายความว่าไงหรอ อธิบายเร็วๆเข้า”นาโอมิถาม “คือว่า ทางเดียวที่จะทำให้ครูสมหวังคือเราทำเองไงล่ะ” “ยังไงล่ะ”ยูถามบ้าง “ก่อนอื่นเราจะต้อง เป็นเด็กดีของครูก่อนนะ ไม่ดื้อ ทำตามที่ครูสั่งสอนทุกอย่าง แล้วพยายามเรียนให้เก่งขึ้นไงล่ะ”อิจิอธิบาย “เข้าใจแล้วล่ะตั้งแต่วันนี้ฉันจะพยายามให้มากขึ้นนะ”ไอพูดกับตัวเอง “นี่ไอจัง ถ้าไม่เข้าใจอะไรตรงไหนถามฉันได้นะ”ฮินากะเสนอตัวสอนไอ “อืม ขอบคุณนะฮินากะจัง” “ไม่เป็นไรจ๊ะไอจัง” “นี่ๆรีบไปกันเถอะนะเดี๋ยวจะเข้าเรียนวิทยาศาสตร์ไม่ทัน เหมือนเมื่อวานนี้อีกนะ”ยูรีบร้อนเตรียมอุปกรณ์ “นั่นสินะ” เพื่อนๆคนอื่นไปเตรียมบ้าง
ปล.เรื่องนี้เคยทำจริงๆตอนเรียนอยู่ป.อะไรก็ไม่รู้แต่ไม่ได้ไปถึงบ้านครู
May272012
บทที่ 7 ฉันดีขึ้นแล้วล่ะ!!!
วันรุ่งขึ้น…ฮินากะตื่นขึ้นมาเพราะแสงแดยามเช้าที่แสนจะอบอุ่นเธอเห็นหน้าแม่ของเธอเป็นคนแรก แม่ของเธอนอนกุมมือลูกสุดที่รักทั้งคืนไม่ห่างจากเตียงฮินากะเห็นเช่นนั้นแล้วเลยไม่กล้าปลุก “อ้าว ฮินากะตื่นแล้วหรอลูก” “ค่ะ คุณแม่” “หิวมั้ยเดี๋ยวแม่ไปหาอะไรให้หนูทานนะ” “ไม่เป็นไรค่ะ หนูยังไม่หิวแล้วนี่หนู…” “หนูปลอดภัยแล้วล่ะ โชคดีนะคุณหมอทีผ่าตัดหนูเป็นคุณพ่อของนิเคอุจิซังนะ การผ่าตัดก็เลยผ่านไปได้ด้วยดีน่ะจ๊ะ” “งั้นหรอค่ะ” “หนูต้องขอบคุณคุณหมอนิเคอุจิด้วยนะ” “ค่ะ คุณแม่” ก๊อก ก๊อก ก๊อก “อ้าว ตื่นแล้วหรอครับโอตากิซัง”หมอนิเคอุจิที่เข้ามาดูอากรของฮินากะถาม “ค่ะ” “เป็นไงบ้าง ดีขึ้นมั้ย ยั้งปวดแผลอยู่มั้ย” “ดีขึ้นมากแล้วค่ะ แต่ก็ยังปวดอยู่นิดหน่อยค่ะ” “อืม งั้นหรอ เดี๋ยวแผลปิดสนิทก๊อกจากโรงพยาบาลได้แล้วนะ” “เออ คือว่า” “ว่าไงครับ” “ขอบคุณมากนะคะ ที่ช่ยหนูไว้” “ไม่หรอกครับ มันเป็นหน้าท่ฃี่ของหมออยู่แล้วล่ะ”หมอนิเคอุจิพลางยิ้มด้วยความอ่อยโยนแล้วหยิบปรอทวัดไข้ขึ้นมาวัดไข้เพื่อเช็คดู และนำอาหารกับยาเข้ามาให้ด้วย “ทานซะนะครับ แล้วทานยา ทานให้หมดจะยิ่งดีนะครับ เอาล่ะมีคนไข้อีกไปก่อนนะครับ” “ค..ค่ะ ขอบคุณค่ะ” “ครับ” “เป็นไงบ้างฮินากะ หนูชอบมั้ย แม่ว่าอัธยาศัยหมอเขาดีนะอ่อนโยนดีด้วยล่ะ” “เฉยๆนะคะ” “อื้ม งั้นหรอ ทานให้เสร็จซะนะเดี๋ยวแม่จะปำงานก่อนนะ” “ค่ะ” หลังจากนั้นแม่ของฮินากะก็เดินออกจากห้องไป
ณ โรงเรียน “อรุณสวัสดิ์ นี่ๆๆๆเย็นนี้เราไปเยี่ยมโอตากิซังกันเถอะนะเพื่อนๆ”ซายะตะโกนถามเพื่อนๆในห้อง “เอาสิๆ”ไอตอบ “ป่านนี้คงดีขึ้นแล้วเนอะ”ยูริโกะพูด “เย็นนี้พวกเราไปกันทั้งห้องเลยละกันนะ”โทรุชวนแกมบังคับ กรี๊งงงงงง “นักเรียนตอนนี้อาการของโอตากิ ฮินากะดีขึ้นมากแล้วนะ ต่อไปก็เรียนได้แล้ อย่าเสียเวลานะเดี๋ยวจะเรียนกันไม่ทัน” “ครับ/ค่ะ” เย็นวันนั้น ก๊อก ก๊อก ก๊อก “โอตากิซัง ดีขึ้นมากมั้ยจ๊ะ”ซายะถามด้วยความเป็นห่วง “ก็ดีขึ้นแล้วล่ะ ขอบใจมากนะนิเคอุจิ ซายะ” “เหหห พูดชื่อฉันซะเต็มยศเลยนะฮ่าฮ่าฮ่า” “นี่พวกเราซื้อของมากเยี่ยมด้วยนะ ฉันเอาไว้ตรงนี้นะจ๊ะ”โชโกะพูดกับฮินากะ “อื้ม …… นิเคอุจิ ซายะ” “เอ๋ เรียกฉันหรอ” “ใช่” “มีอะไรหรอ ขอบคุณคุณพ่อเธอมากเลยนะที่ช่วยฉันไว้น่ะ” “อ๋อ เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอกนะ ‘มันเป็นหน้าที่’ 555 เลียนแบบเสียงไม่เหมือนเลยแฮะเรา 5555” “ฮิฮิ” “คิก โอตากิซังหัวเราะแล้วครั้งแรกเลยนะที่เห็นเธอหัวเราะน่ะ”ยูพูด “นีๆ พ่อฉันบอกว่าโอตากิซังอีกอาทิตย์นึงก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วล่ะนะ” “ดีจังเลยนะ”เคียวโกะดีใจ “นั่นสิจะได้กลับไปเรียนแล้วด้วย”โคจิพูด “นั่นสิๆ”นาโอยะเสริมโคจิ
1 อาทิตย์ผ่านไป… “”อรุณสวัสดิ์จ๊ะทุกคน”ฮินากะทักทายเพื่อนๆ “อ้าว โอตากิซังออกจาโรงพยาบาลแล้วดีจังเลยนะ”จินพูด “นี่ๆวันหยุดนี้พวกเราไปสวนสนุกกันมั้ย ฉลองโอตากิซังออกจากโรงพยาบาล เป็นไง”ซายะชวนเพื่อนๆ “ก็ดีเหมือนกันนะเราไม่ได้ไปสวนสนุกตั้งนานแล้ว”อิจิพูด “ฉันด้วย” “ฉันด้วย” สรุปเพื่อนๆก็ไปกันทั้งห้อง
วันหยุดสุดสัปดาห์วันที่เพื่อนๆนัดกันไปสวนสนุก “มากันครบแล้วใช่มั้ย ไปกันเถอะ”ชิโร่ถาม “ใช่ ครบแล้วล่ะ”เคย์อิจิตอบ “นี่โอตากังไปกันเถอะ”ซายะเรียกฮินากะ “อย่าเรียกฉันแบบนี้ได้มั้ย” “เอ๋” “เรียกฮินากะเถอะนะเพื่อนๆ” “เรียกฉันว่าซายะได้เลยนะ” “นาโอมิด้วย” “มิโอะ เคียวโกะ ซายูริ ยู ยูริโกะด้วยนะ” “ไอ โชโกะ ก็ได้นะ” “โทรุ จิน ชิโร่ เคนอิจิ เคย์ตะก็ได้นะ” “อิจิ เรียวสุเกะ ยูยะ โคจิ นาโอยะด้วยสิ 5555” “ทุกคน ขอบใจมากนะสำหรับทุกๆอย่าง”ฮินากะพูดขอบคุณเพื่อนๆ(?) “นี่ ฮินากะ ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ”ยูถาม “ป..เปล่าหรอกจ๊ะไม่มีอะไรหรอกนะ เข้าไปกันเถอะ”ฮินากะรีบเร่งเพื่อนๆให้ไปในสวนสนุก “ว้าว ไปเล่นรถไปเหาะกันมั้ยเพื่อนๆ ฉันน่ะนะ ไม่ได้เล่นตั้งนานแล้วล่ะ”ซายะถามเพื่อนๆ “เอาสิๆพวกเราก็ไม่ได้เล่นตั้งนานแล้วนะ”มิโอะพูด “กรี๊ดดดดดดด..ด…ด…ด..ด..ด”เสียงกรี๊ดของทุกคนที่เล่นรถไฟเหาะนั้นทำให้ฮานากะรู้สึกมีความสุขมากเพราะอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ได้ที่เธอ จะได้เที่ยวกับเพื่อนๆแบบนี้อีก “งั้นต่อไป บ้านผีสิงกันมั้ยพวกเรา ฮ่าฮ่า”โทรุออกความเห็น “เอาสิ แต่นายไม่ได้มีแผนแกล้งเพื่อนๆใช่มั้ยโทรุ”ยูยะถามโทรุ “ไม่มีสักหน่อยนะ ฮ่าฮ่า เอาล่ะไปกันเถอะ Let’s go”โทรุรีบตัดบทแล้วลากเพื่อนๆเข้าไปในบ้านผีสิงทันที “ไม่เห็นจะน่ากลัวอย่างที่คิดเลยนะเนีย บ้านผีสิงที่นี่น่ะ”เรียวสุเกะผู้ไม่เคยกลัวอะไรบอก “ไม่น่ากลัวบ้านนายสิ เรียวสุเกะ ที่นี่น่ะนะ ได้ข่าวว่าน่ากลัวที่สุดเลยนะ……..ว๊ายยยย” ซายูริพูด “โด่เอ้ย แค่นี้ทำกลัว” “ก็นายไม่กลัวผีหนิ พวกฉันกลัวนี่นา”เคียวโกะพูด เมื่อทุกคนออกมาจากบ้านผีสิงกันครบแล้ว “นี่ๆพวกเราไปกินไอศกรีมกันมั้ย”ไอถาม “เอาสิๆ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเองนะ”ยูกล่าวพร้อมหยิบเงินออกมาจากกระเป๋า “นี่ๆกินเสร็จไปไหนต่อดี”นาโอมิถามบ้าง “โคจิคุง นาโอยะคุง พวกนาย 2 คนมาที่นี่บ่อยไม่ใช่หรอ พาไปหน่อยสินะ นะ”มิโอะอ้อนหนุ่ม “ก…ก็ได้นะ ไปไหนต่อดีนาโอยะ” “น..นั่นสิ ไม่รู้เหมือนกันน่ะ” “จริงสิไปเล่นเครื่องเล่นใหม่ แม็กแอร์ กันมั้ย”โคจิถามเพื่อนๆ “แม็กแอร์???”เรียวสุเกะย้ำ “คืออะไรน่ะ”ซายะถาม “แม็กแอร์ ก็คือการนั่งหันหน้าออก ล็อกไว้กับที่นั่งบนแกนเหวี่ยงขนาดใหญ่ พร้อมกับเพื่อนอีก 50 ชีวิต ที่จะถูกดีดขึ้นสู่อากาศเป็นวงโค้ง เหมือนลูกตุ้ม ด้วยความเร็ว 112 กิโลเมตร/ชั่วโมง จนถึงระดับความสูง 42 เมตร ทำให้พบกับประสบการณ์ที่เรียกว่า ” Airtime ( คือความรู้สึกเสมือนไร้น้ำหนัก ) ” พร้อมกับการหมุนเป็นวงกลมรอบแกนเหวี่ยงไปพร้อมๆกัน เหวี่ยงขึ้น แล้วลงกว่า 2 นาที 30 วินาที” นาโอยะอธิบาย “นาโอยะคุงเก่งจังเลยนะ”เคียวโกะชมทำให้นาโอยะหน้าแดงไปเลย “เราจะรอช้าอยู่ทำไมล่ะ รีบไปกันสิ น่าสนุกดีออกนะ”เรียวสุเกะรีบลากโคจิเพื่อไปนำทางและเพื่อนๆต่างวิ่งตามไปด้วยความตื่นเต้น “สนุกจังเลยนะแอร์แม็กเนีย”ไอพูดลอยๆ “ไปเล่น พาว์เวอร์ ทาวน์เวอร์ กันมั้ยมันคือ หอคอยสูง 90 เมตร 4 ต้น ที่จะขึ้นสู่ความสูงที่ 72 เมตรอย่างช้า แ้ล้วปล่อยคุณตกลงมาอย่างฉับพลัน ด้วยความเร็ว 96 เมตร/ชั่วโมง แล้วโช๊คขึ้นลงๆอีกซักพักหนึ่ง สนุกมากเลยนะ ฮ่าฮ่า” โคจิชวนเพื่อนๆบ้าง “นายก็เก่งเหมือนกันนะโคจิคุง”เคียวโกะชมโคจิทำให้โคจิหน้าแดงเหมือนกัน “ไปกันเถอะนะ ฮ่าฮ่าฮ่า”คราวนี้ไอเป็นคนชวน เมื่อเล่นเสร็จก็ถึงเวลาอาหารกลางวัน ทุกคนต่างพากันไปกินแฮมเบอร์เกอร์ที่ขึ้นชื่อของสวนสนุกแห่งนี้ “อร่อยจังเลยนะว่ามั้ยพวกเรา”ยูริโกะพูดขึ้น “ใช่ๆ อร่อยมากเลยล่ะ นี่คราวหน้ามาเที่ยวแบบนี้กันอีกนะ”โชโกะพูด ไปขึ้นชิงช้าสวรรค์กันมั้ยที่นี่ขึ้นได้กระเช้าละ 6 คนเลยนะ”เรียวสุเกะถาม “เอาสิ นายก็รู้เหมือนกันนี่นา”ซายะพูด “นี่เย็นมากแล้วนะจะกลับกันหรือยังล่ะ”เคนอิจิถาม “เดี๋ยวก่อนสิฉันมีที่ที่หนึ่งอยากให้พวกเธอไปด้วยกันนะ ทุกคนเลย”เรียสุเกะพูดขึ้นมา “จะพาพวกเราไปไหนอีกล่ะเรียวสุเกะ”เคย์ตะถาม “เอาเถอะน่า”เรียวสุเกะพูดปัด เรียวสุเกะพาเพื่อนๆมายังลานกว้างของสนสนุกแห่งนี้ “เอาล่ะถึงแล้วล่ะ”เรียวสุเกะพูด “นี่เรียวสุเกะ นายพาพวกเรามาที่โล่งๆแบบนี้ทำไมกัน”จินเริ่มโกรธ “อย่าพึ่งโกรธสิจิน เอาล่ะ 5 4 3 2 1 0 ฟู่”เรียวสุเกะนับถอยหลัง แล้วหลังจากนั้นก็มีน้ำพุ่งขึ้นมาจากพื้นพร้อมกับมีดอกไม้ไฟจุดขึ้นโดยมาท้องฟ้าที่มืดสนิทเป็นฉากหลังและมีดอกไม้ไฟอยู่ระหว่างรางรถไฟเหาะ ชิงช้าสวรรค์เปิดไฟสว่างจ้า มีพื้นน้ำสะท้อนเงาของชิงช้าสวรรค์ บาเรียน้ำสีรุ้งแผ่ความงามตรงทางเข้าของลานกว้าง “สวยจังเลย”ฮินากะพูดขึ้น” นั่นสินะ ขอบคุณนายมากนะ เรียวสุเกะคุงที่พาพวกเมาเห็นที่สวยๆแบบนี้”ซายะพูด “ฮ่าฮ่า พอดีฉันได้ยินคนพูดกันน่ะว่าลานกว้างวันนี้จะสวยทีสุดน่ะ เพราะเป็นคืนเดือนมืดด้วยจะมีการแสดงแบบนี้ทุกๆคืนเดือนมืดน่ะนะ ฮ่าฮ่า”เรียสุเกะกล่าวอย่างเขินๆ “เอาล่ะ พวกเธอคงสนุกกันพอแล้วนะ กลับบ้านกันไปได้แล้วล่ะนะ”ครูมิกิซึ่งโผล่มาจากไหนไม่รู้พูดขึ้น “ครู มาจากไหนค่ะเนีย”ซายะถามคูมิกิ “แหะๆ พอดีครูก็มาเที่ยววันนี้น่ะนะ เพราะคืนเดือนมืดที่นี่สวยมากเลยล่ะ” “ครูมากับใครหรอครับ”อิจิถามครูมิกิ “เอ่อครูมากับ…” “มิกิครับคุณคุยกับใครอยู่หรอครับ ไปกันได้แล้วล่ะครับที่รัก”ชายหนุมกล่าวขึ้น “นั่นใครหรอค่ะคุณครู”ฮินากะถาม “อ๋อคือเขาเป็น..” “ผมเป็นแฟนของมิกิครับ แล้วพวกเธอเป็นใครกัน” “อ๋อ คือเด็กพวกนี้เป็นนักเรียนในห้องฉันเองล่ะค่ะ”มิกิพูดกับแฟนหนุ่ม “ครูแต่งงานแล้วหรอครับ ไม่บอกกันเลยนะครับครู ฮ่าฮ่า”ยูยะแซวครู “แหะ แหะ ก็อย่างที่พวกเธอเห็นนั่นแหละ”ครูมิกิพูดอย่างเขินๆ เพาะไม่รู้ว่าจะมาเจอนักเรียนของเธอที่สวนสนุกแห่งนี้ “เอาล่ะพวกเธอกลับบ้านกันได้แล้วนะเดี๋ยวผู้ปกครองจะเป็นห่วงเราเองก็กลับกันเถอะนะจ๊ะที่รัก”แฟนหนุ่มของมิกิกล่าว “บรึ๊ยย แฟนของครูเนียน่ากลัวชะมัดเลย หวานจนเลี่ยน”เรียวสุเกะพูด “นี่ เดี๋ยวครูก็ได้ยินหรอกนะ ก็รู้ว่าครูน่ะหูดีจะตายไป”ฮินากะเตือน “ถูกแล้วล่ะจ๊ะ แล้วเมื่อไหร่พวกเธอจะกลับไปสักที” “ยึ๊ยย คุณครูมาจากไหนครับ”เรียวสุเกะถามแบบกล้าๆกลัวๆ “ก็มาตั้งแต่เธอร้อง บรึ๊ยยย นั่นแหละนะ หึหึ อ้าวกลับบ้านไปได้แล้ว” ครูมิกิทำหน้าน่ากลัวเพื่อขู่นักเรียนให้กลับบ้าน “ครับ/ค่ะ” “ไปๆๆๆเร็วๆๆๆๆๆ รีบไปกันเถอะนะ”ยูรีบผลักเพื่อนๆกลับบ้าน “เฮ้อ เด็กพวกนี้ชอบทำให้เป็นห่วงอยู่เรื่องเลยนะ”มิกิพูดกับตัวเอง “แหมที่รักนี่รักเด็กจริงๆเลยนะ ฮ่าฮ่า” “คุณก็..” หลังจากนั้นทุกคนต่างก็แยกย้ายกลับบ้าน
ปล.เครื่องเล่นในนี้มีจริงซึ่งข้อมูลต้องขอขอบคุณ “อากู๋กูเกิ้ล” มาก เพระทำให้ได้ข้อมูลที่เราไม่รู้มาก่อน - -“
ปล2. มีบางส่วนดัดแปลงมาจากโคนันเดอะมูฟวี่ 4 คดีฆาตกรรมนัยน์ตามรณะ
8AM
บทที่ 6 ขอบคุณ..นะฮินากะ
“เลือดออกมากเลยนะ เรียกรถพยาบาลเร็วเข้า” “ครับ สารวัตร” หลังจากสั่งการเสร็จแม่ของฮินากะก็วิ่งตรงเข้ามาหาฮินากะทันที “ฮินากะ ลูกแม่ คุณตำรวจลูกฉันเป็นอะไรไปค่ะทำไมถึงเป็นแบบนี้” “คือว่าลูกของคุณพลาดโดนกระสุนของคนร้ายเข้าน่ะครับ ตอนนี้รถพยาบาลกำลังมาครับ” “ฮินากะลูกแม่” “คุณแม่เป็นห่วงหนูด้วยหรอค่ะ” ฮินากะถามแม่ด้วยเสียงที่เหนื่อยล้า “ฮินากะ ทำไมลูกถามแบบนี้ล่ะ นี่คุณตำรวจเมื่อไหร่รถพยาบาลจะมา ถ้าลูกฉันเป็นอะไรไปนะ” “ลูกของคุณไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ เขาโดนยิงเข้าที่ไหล่ซ้ายเองนะครับ” ตำรวจคนนี้กล่าว “แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่ แล้วมาที่นี่ได้ยังไง นิเคอุจิซัง” แม่ฮินากะถามซายะ “คือหนูมากับเพื่อนๆน่ะค่ะ หนูแอบตามรถตำรวจมา เพราะเห็นรถตำรวจแห่กันมาน่ะค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ทำให้โอตากิซังเป็นแบบนี้”ซายะก้มหัวขอโทษแม่ฮินากะ และมองไปที่ฮินากะแล้วพูดว่า “แต่ก็ขอบคุณนะโอตากิซัง ที่ช่วยฉันไว้น่ะ ไม่งั้นฉันคงเป็นคนที่นอนอยู่ตรงนั้นแทนเธอแน่ ขอบคุณมากนะ”ซายะก้มหัวขอบคุณฮินากะที่ช่วยชีวิตเธอไว้ “ขอทางหน่อยครับ คนเจ็บอยู่ทางไหนครับ”บุรุษพยาบาลตะโกนถามตั้งแต่ลงจกรถพยาบาล “อยู่ทางนี้ครับด่วนเลยครับ”ตำรวจตะโกนตอบบุรุษพยาบาลคนนั้น” ระหว่างทางไปโรงพยาบาล “แย่แล้วค่ะ ตอนนี้เด็กเสียเลือดมาก ไม่ได้นำเลือดสำรองมาด้วยค่ะ มีอาการหายใจไม่ออกด้วยค่ะ” พยาบาลบอกกับบุรุษพยาบาล “งั้นคุณใส่หน้ากากให้เด็กเลยนะ เดี๋ยวผมแจ้งทางโรงพยาบาลเป็นเคสพิเศษก่อนนะ” “ค่ะ” “ฮินากะขอร้องล่ะ อย่าเป็นอะไรเลยนะแม่จะดูแลหนูให้มากกว่านี้เพราะฉะนั้นขอร้องล่ะ แม่อยากกอดหนูให้มากกว่านี้ อยากดูแลมากกว่านี้ อยากทำสิ่งที่แม่ควรจะทำกับหนูให่มากกว่านี้ สนใจหนูให้มากกว่านี้ คุยกับหนูให้มากกว่านี้” แม่ฮินากะที่น้ำตานองหน้าบอกกับตัวเองและฮินากะพร้อมกับกุมมือไว้แน่นด้วยความรักและคำว่าแม่ “เตรียมห้องฉุกเฉินแล้วใช่มั้ย” บุรุษพยาบาลถามพยาบาลที่อยู่ในโรงพยาบาล “พร้อมแล้วค่ะ พาเข้าไปได้เลย” พยาบาลตอบกลับ เสียงล้อของเตียงคนไข้ที่พาฮินากะเข้าห้องฉุกเฉินนั้นดังก้องในหูทั้งสองข้างของฮินากะ ฮินากะที่สลึมสลืออยู่นั้นได้จับมือของแม่ที่วิ่งตามฮินากะ แม่ของเธอรู้สึกได้จึงบอกกับฮินากะว่า “ลูกจะต้องไม่เป็นอะไรนะ ฮินากะ แม่ขอโทษสำหรับทุกๆอย่าง ยกโทษให้แม่นะฮินากะ” “อื้ม” ฮินากะส่งเสียงพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ เพราะตอนนี้เสียเลือดมากจนแทบไม่มีแรงซะแล้ว “คุณแม่รอด้านนอกก่อนนะคะ” พยาบาลกล่าวกับแม่ของฮินากะ “แต่ว่า ลูกฉันจะไม่เป็นอะไรนะคะ” “เราจะช่วยอย่างเต็มความสามารถค่ะ” พยาบาลตอบแล้วเดินเข้าไปใน ICU ฮินากะ ‘อย่าเป็นอะไรไปเลยนะ’ แม่ฮินากะพึมพำกับตัวเอง “คุณน้าค่ะ โอตากิซังเป็นไงบ้างค่ะ”ซายะและเพื่อนๆ วิ่งตามเข้ามา “พึ่งเข้าไปเองจ๊ะ ยังไม่รู้อะไรเลยนะ ขอบใจมากนะจ๊ะที่เป็นห่วงฮินากะน่ะ”แม่ฮินากะยิ้มอย่างเศร้าสร้อย “คุณแม่ค่ะโอตากิซังอาการเป็นไงบ้างค่ะ”ครูมิกิวิ่งตามเข้ามา “ครูทานากะคือว่าฮินากะพึ่งเข้าไปเองน่ะค่ะ เลยยังไม่ทราบว่าอาการเป็นไงบ้าง”แม่ฮินากะตอบ ด้านฮินากะ “เลือกออกมากเลยนะ เลือดสำรองพอใช่มั้ย”หมอนิเคอุจิ ชิบาตะ ถามพยาบาล “ค่ะคาดว่าพอนะคะคุณหมอ”พยาบาลตอบ “เอาล่ะเริ่มเลยนะ ใส่หน้ากากพ่นยาให้เด็กด้วยนะ กันเด็กฟื้นขึ้นมาก่อนการผ่าตัดจะเสร็จ” “ทราบแล้วค่ะ” “เอาล่ะ มีดผ่า …… เจอกระสุนแล้ว Forceps(คีมคีบ) สำเร็จทีนี้เย็บแผลได้ ผมฝากคุณด้วยนะคุณพยาบาล” “ค่ะคุณหมอ” ….. “เย็บเสร็จแล้วค่ะ” “อาการเด็กล่ะ” “คงที่แล้วค่ะ” “เลือดพอมั้ย” “พอค่ะ” “ถ้างั้นเดี๋ยวผมจะออกไปบอกอากรเด็กกับครอบครัวเด็กนะ” “ค่ะคุณหมอ” …… “อ๊ะ หมอออกมาแล้วค่ะคุณแม่”ครูมิกิที่เห็นคนแรกพูดกับแม่ฮินากะ “คุณหมอค่ะ ลูกฉันเป็นไงบ้างค่ะ” “ลูกคุณปลอดภัยแล้วนะครับ ตอนนี้กำลังจะพาไปห้องผู้ป่วยแล้วนะครับ” “คุณพ่อค่ะ”ซายะเรียกหมอคนนั้น “เอ๋” ทุกคนร้องอุทานแทบจะพร้อมกัน “อ้าว ซายะ นี่ลูกมาทำอะไรที่นี่”หมอถามกับซายะ ”ก็คนไข้ที่คุณพ่อผ่าตัดเป็นเพื่อนของซายะนี่ค่ะ” “โอ้ จริงหรอครับเนีย ลูกคุณเป็นเพื่อนลูกผมบังเอิญจริงๆเลยนะครับ” “ค่ะ ต้องขอบคุณคุณหมอนิเคอุจิมากเลยนะคะ ที่ช่วยลูกฉันเอาไว้” “ไม่เป็นไรหรอกครับ มันเป็นหน้าที่ ผมจะดูแลลูกคุณให้ดีที่สุดเลยนะครับ” “ขอบคุณมากอีกครั้งนะคะ” แม่ฮินากะก้มหัวขอบคุณ “ครับ ไม่เป็นไรครับ ผมขอตัวก่อนนะครับเดี๋ยวจะมาคุยอีกทีครับ ซายะเจอกันที่บ้านนะลูก กลับไปได้แล้วล่ะป่านนี้แม่คงเป็นห่วงแล้วนะ” “คะคุณพ่อ แต่วันนี้ซายะอยากกลับกับคุณพ่อนี่ค่ะ” “เอางั้นก็ได้รอพ่อก่อนนะ เดี๋ยวไปเปลี่ยนชุดก่อนนะซายะ” “ค่ะคุณพ่อ หนูจะรอนะคะ” ‘หนูจะรอนะคะ หนูจะรอนะคะ’ เสียงนี้มันช่างเหมือนกับเสียงลูกของเราเลยนะ ‘หนูจะรอนะคะคุณแม่เร็วๆล่ะ’ ทานากะ มิกิ นึกถึงหลนสาวของตัวเองที่จากโลกนี้ไปแล้ว “ครูครับ/ค่ะ ครู”นักเรียนเรียกเกือบจะพร้อมกัน “ม..มีอะไรจ๊ะ” “กลับกันเถอะค่ะ โอตากิซังคงไม่เป็นอะไรแล้วนี่ค่ะ ซายะต้องขอบคุณคุณพ่อเธอนะบังเอิญจริงๆเลย ไม่ยักรู้ว่าพ่อของเธอเป็นหมอ” “แหะ แหะ ก็อย่างที่เห็น” “กลับกันหรือยังล่ะ เดี๋ยวครูพาไปส่ง” “ไม่เป็นไรครับครูเดี๋ยวผมกลับเอง”อากิระ ยูยะพูด “พวกผมก็ด้วยฮะ”พวกโทรุเอาบ้าง “พวกหนูขอตัวกลับก่อนล่ะค่ะครู ลาก่อนนะคะ”เคียวโกะ ซายูริ มิโอะ ยู ยูริโกะลากลับบ้าน “พวกเราก็กลับกันบ้างนะ”โชโกะพูดกับไปและนาโอมิ “อื้ม กลับกันเถอะนะ”นาโอมิพูด “กลับก่อนนะคะคุณครูพรุ่งนี้เจอกันค่ะ”ไอบอกลา “เดี๋ยวครูจะอยู่กับเธอจนกว่าพ่อของเธอจะเสร็จละกันนะ” “ขอบคุณค่ะคุณครู” “แล้วคุณแม่ล่ะค่ะ จะอยู่กับโอตาซังใช่มั้ยค่ะ” “ใช่ค่ะ” ฮินากะโดนพาออกมาจาก ICU และพาไปพักที่ห้องผู้ป่วยพิเศษที่ นิเคอุจิ ชิบาตะสั่งกับพยาบาลไว้ “เอ่อ คุณพยาบาลค่ะฉันไม่ได้บอกว่าจะพักห้องพิเศษนะคะ” “อ๋อ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ คุณหมอนิเคอุจิสั่งไว้น่ะค่ะ” “อ๋อ ค่ะขอบคุณนะคะ” “ไม่เป็นอะไรเลย มันเป็นหน้าที่” พยาบาลยิ้มแล้วเดินออกจากห้องไป “ฮินากะ ตอนนี้ลูกปลอดภัยแล้วนะ แม่ดีใจนะที่หนูไม่เป็นอะไรไปมากกว่านี้ โชคดีที่หมอที่รักษาลูกเป็นพ่อของเพื่อนหนู เขาใจดีมากเลยนะ ถ้าลูกรู้จักเขาลูกต้องชอบหมอคนนี้แน่ๆ” แม่ฮินากะบอกกับลูกที่ยังไม่ได้สติและเฝ้าฮินากะไว้จนหลับไป
ปล.พ่อซายะออกมาตอนนี้และตอนเดียวจริงๆแฮะ
May212012
บทที่ 5 แย่แล้ว!!! ฮินากะ
เย็นวันนั้น…ซายะ นาโอมิ ไอ เรียวสุเกะ ได้แอบตามฮินากะไปที่บ้านแต่ทว่า….เหมือนฮินากะจะรู้ตัวว่าโดนสะกดรอยตามอยู่ฮินากะเลยใช้ทางลัดอีกทางหนึ่ง “นี่ๆๆๆ โอตากิซังเลี้ยวไปแล้ว นั่นไม่ใช่ทางกลับบ้านโอตากิซังไม่ใช่หรอ”ไอพูดขึ้นมาอย่างตกใจ แต่ทว่าทางที่ฮินากะไปนั้นมัน “ว๊ายยยยย ปล่อยนะ พวกแกจะทำอะไรฉันน่ะ ปล่อยนะ ป..ล่..อ..ย..สิ” ฮินากะที่โดะยาสลบ สลบไปในทันที“เสียงโอตากิซังใช่มั้ย เมื่อกี้น่ะ”ซายะถามเสียงดัง“เกิดอะไรขึ้นรีบไปดูกันเถอะ”นาโอมิพูดเร่งเพื่อนๆ “เร็วเข้าสิ”เรียวสุเกะนำไปทันที แล้วทั้ง 4 ก็เห็นคนกำลังพาฮินากะขึ้นรถในสภาพที่ไม่รู้สึกตัว “ล…ลักพาตัวงั้นหรอ”ซายะที่กำลังช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพูดเสียงสั่น “จำทะเบียนไว้นะ” เรียวสุเกะที่มีสติที่สุดพูด “ด…ด.เดี๋ยวพวกเรารีบไปแจ้งตำรวจกันดีกว่านะ”ซายะที่เริ่มเรียกสติกลับมาได้แล้วพูด
ด้านฮินากะ…. “ฮ่าฮ่า จับนังเด็กนี่ง่ายกว่าที่คิดนะเนีย แกว่ามั้ย” “นั่นสิครับลูกพี่ ฮ่าฮ่าฮ่า” เสียงคนร้าย 2 คนคุยกัน ณ สถานที่แห่งหนึ่งในเมืองเกียวโต ‘ที่นี่ ที่ไหนกันนะ แล้วทำไมมันมืดแบบนี้ล่ะ โถ่มองอะไรไม่เห็นเลย’ ฮินากะที่เรียกสติได้ คิดกับตัวเองในใจ “ว่าไงติดต่อแม่มันได้ยัง” ลูกพี่ถาม “ยังเลยครับลูกพี่” ลูกน้องตอบกลับ “ชักช้าจริงนะแก เอามือถือมานี่ ฉันจัดการเองแกไปเฝ้านังเด็กนั้นไว้อย่าให้มันออกมาจากห้องได้เข้าใจมั้ย” “ครับ ลูกพี่” ‘ถ้าพวกมันเฝ้าเราแบบนี้ก็ทำอะไรผลีผลามไม่ได้แล้วล่ะสิ ต้อระวังหน่อยแล้วเรา คิดสิ คิด เราต้องทำได้แน่กับมือที่โดนมัดไว้ จริงสิ คัตเตอร์ เรามีคัตเตอร์ในกางเกง เอมันตัดเชือกละกันนะ……..สำเร็จ ต่อไปเราต้องหาทางออกกำแพงมีช่องลับดีล่ะเข้าไปซ่อนในนั้นละกันนะก่อนอื่น’ “เพล้ง!!” “เสียงอะไรว่ะ” “เหมือนเสียงกระจกแตกนะลูกพี่” “ยืนบื้ออยู่นั่นแหละรีบเข้าไปดูสิ ป่านนี้นังเด็กนั่นคงหนีไปได้แล้วมั้ง” “ครับ ลูกพี่” …….. “ลูกพี่ เด็กนั่นไม่อยู่ในห้องแล้วครับ” “รีบตามไปสิ ป่านนี้มันคงยังหนีไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่หรอก ไปสิ” ลูกพี่สบถอย่างบ้าคลั่ง.. “ครับ ลูกพี่” แล้วคนร้ายทั้ง 2 ก็วิ่งตามออกไป ‘ฟู่~ พวกมันไปแล้วสินะ ทีนี้เราก็หนีล่ะ เอาล่ะ วิ่งสุดชีวิตไปหาตำรวจแล้วให้เขาพาเรากลับบ้าน’ ฮินากะวิ่งเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ทว่าตอนที่ฮินากะกำลังหาทางไปป้อมตำรวจนั้น ปึ๊ก!! ตุ๊บ ฮินากะได้โดนคนร้ายทุบเข้าจนสลบไปอีกครั้ง เวลาผ่านไป ‘ที่นี่ที่ไหนอีกนะ ไม่ใช่ที่เดิมแย่แล้วสิเรา เราโดนพวกมันจับอีกแล้วหรอเนียต้องหาทางหนีไปให้ได้อีกครั้ง’ ฮินากะรีบหาทางออกไปจากห้องห้องนี้แต่ทว่าหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอทั้งหน้าต่างและประตู เจอแต่รูเล็กๆเต็มผนังไปหมด และรอยแปลกๆพื้น ท่อแปลกๆที่พาดผ่านห้อง “หึหึ หาทางออกไปก็เท่านั้นแหละหนูน้อย เพราะในห้องนี้มีต่างเข้าไม่มีทางออกหรอกนะ” “หมายความว่ายังไง ที่ว่ามีแต่ทางเข้า ไม่มีทางออกน่ะ” “ก็หมายความอย่างที่ว่านั้นแหละ อยู่ในนั้นให้สบายนะจ๊ะ หนูน้อย เพราะฉันติดต่อแม่ของแกได้แล้ว ถ้าฉันได้สิ่งที่ต้องกรแกก็หมดประโยชน์แล้วฉันก็จะลบแกทิ้งจากโลกนี้ ฮ่าฮ่าฮ่า”ลูกพี่ทีค่มาจากลำโพงรอบห้องหัวเราะอย่างผู้มีชัยชนะ “ลูกพี่ครับ แม่เด็กตกลงแล้วล่ะครับ” “หึหึ ดีมากได้ของเมื่อไหร่จัดการมันได้เลยนะ” “ค…ครับ”ลูกน้องตอบเสียงสั่นๆ “เป็นอะไรไป หรือว่าแกกลัว” “เปล่าครับลูกพี่”ลูกน้องปฏิเสธทันที “งั้นก็ไปเตรียมตัวได้แล้ว” “ครับลูกพี่” ‘ทำไงดีนะ แล้วที่พวกมันบอกหมายความว่าไงที่ว่า“มีแต่ทางเข้าไม่มีทางออก”น่ะ แย่จริงไม่เข้าใจเลย หรือว่า…’ ปึ้ง!?! ฉ่า….ฉ่า……ฉ่า “เสียงน้ำนี่ นี่มันอะไรกันนะ เอ๊ะน้ำกำลังท่วมในห้องนี้ แย่ละสิเรา”ฮินากะเริ่มกลัว เพราะน้ำที่ไหลออกมาจากรูเล็กๆที่ผนังห้อง
ทางด้านที่โรงเรียน… “โอตากิซังจะเป็นอะไรมั้ยนะ ไม่มาโรงเรียนตั้ง 3 วันแล้ว ปรกติโอตากิซังไม่หยุดเรียนนานขนดนี้เลยนะ” ซายะที่เริ่มกังวลมากขึ้น ถามเพื่อนๆในห้อง “แต่ฉันว่านะโอตากิซัง ไม่เป็นอะไรหรอกน่า ก็ครูทานากะบอกว่าเธอป่วยหนักไม่ใช่หรอ”ยูพูด “นั่นสินะ จริงอย่างที่ยูพูดนั่นแหละฉันก็ว่าโอตากิซังไม่เป็นอะไรหรอกนะว่ามั้ยพวกเรา”ซายูริพูด และถามเพื่อนๆในกลุ่ม “ใช่แล้วล่ะ” เคียวโกะ มิโอะ ยูริโกะพูดแทบจะพร้อมกัน “ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะนะ”ซายะเป็นห่วงกว่าเดิม “อย่าคิดมากไปเลยนะ นิเคอุจิซัง”โทรุพูด “นายพูดดีๆกับเขาก็เป็นนี่นาอิชิดะคุง”นาโอมิพูด “นั่นสิ ปรกตินายจะกวนประสาทคนอื่นนะ”โคจิพูด “นั่นสิครั้งแรกที่เห็นนายพูดแบบนี้นะ”นาโอยะพูด “พวกนาย นี่ไม่ใช่เวลาจะมาเล่นนะ โอตกิซังจะเป็น…”ซายะยังพูดมั่นจบก็ ครืนนนน “ได้เวลาเรียนแล้วนั่งที่ซะ” ครูมิกิพูดเสียงโหด “ครูค่ะ โอตากิซังเป็นอะไรไปค่ะ ทำไมเธอยังไม่มาโรงเรียน”ซายะเปิดประเด็นถามครูทันที “เรื่องนั้น…ก็ครูบอกไปแล้วไม่ใช่หรอว่าเธอป่วยหนักอยู่โรงพยาบาลน่ะ” “โรงพยาบาลไหนหรอครับ พวกเราเป็นห่วงอยากจะไปเยี่ยมโอตากิซังบ้างนะครับ”อิจิพูดบ้าง “เรื่องนั้นน่ะ….” “ครูตอบไม่ได้ใช่มั้ยครับ เพราะว่าโอตากิซังไม่ได้ป่วยและไม่ได้ลาหยุดใช่มั้ยครับ” “เธอหมายความว่าไงทาจิบานะคุง” “พวกเราเห็นนะคะ หลายวันก่อน พวกเราเห็นโอตากิซังถูกใครก็ไม่รู้พาขึ้นรถไปทั้งๆที่สลบอยู่”ไอพูดบ้าง “วาคาบะซัง เธอรู้ได้ไงว่าโอตากิซังสลบอยู่” “ก็ตอนนั้นพวกผมได้ยินเสียงร้องของโอตากิแล้วตะโกนว่าปล่อยนะจะทำอะไรฉัน น่ะครับ” “นี่พวกเธอ” “กรุณาบอกพวกเรามาเถอะนะครับว่าโอตากิซังปลอดภัยหรือเปล่า”ยูยะพูดบ้าง “นะครับครู”เคย์ตะเสริม “ได้โปรดเถอะครับ/ค่ะ” นักเรียนทั้งห้องช่วยกันขอร้อง “ตอนนี้ยังไม่มีข่าวมาหรอกนะ แต่ล่าสุดคนร้ายติดต่อมาว่าต้องการเงิน ห้าสิบล้านเยน เพื่อเป็นเงินค่าไถ่” “ห้าสิบล้านเยน ไม่มีทางโอตากิซังไม่ไดมีเงินมากมายขนาดนั้นสักหน่อยจะไปหาจากไหนทัน”ชิโร่กล่าวอย่างตกใจ “เอาเถอะ ตอนนี้เรื่องเงินคุณแม่โอตากิซังและตำรวจจัดการกันเสร็จแล้วล่ะ เดี๋ยวเย็นนี้จะไปแลกเงินกับโอตากิซังน่ะจ๊ะ” “ครุค่ะ ให้พวกเราไปด้วยนะคะ พวกเราอยากช่วยเพื่อนนะคะ” “ไม่ได้นะ มันอันตรายเกินไป ถึงพวกเธอจะไปก็ไปเกะกะตำรวจเปล่าๆนะเอาล่ะเริ่มเรียนได้แล้ว” “ครับ/ค่ะ” เย็นวันนั้น…. “นี่พวกเราจะแอบตามไปจริงๆหรออากิระคุง” จินถามอากิระ ยูยะ ด้วยความกลัว “นั่นสินะ มันอันตรายไม่ใช่หรอ”ชิราอิชิ โชโกะถาม “ถ้าพวกเธอกลัวก็กลับไปซะเดี๋ยวพวกเราจะไปช่วยโอตากิเอง” “พวกเราก็อยากช่วยนะ” กลุ่ม 3-4 บอก
ด้านฮินากะ “ทำไงดีเนีย น้ำเริ่มสูงแล้วนะ” ระดับน้ำที่เริ่มสูงขึ้นจบถึงเข่าของฮินะกะแล้ว “หนู รีบจับมือฉันไว้เร็วเข้า” คนร้ายบอกให้ฮินากะจับมือ ใช่แล้วทางออกอยู่ด้านบน และที่หมอนั่นบอกก็หมายความว่าอย่างนี้นี่เองสินะ ฮินากะคิด “เร็วเข้าสิ” “ค่ะ” ฮินากะจับมือแล้วก็ขึ้นไปด้านบนได้อย่างปลอดภัย “ทำไมคุณถึงช่วยหนูไว้ล่ะค่ะ ในเมื่อคุณเป็นพวกเดี๋ยวกันกับมัน”ฮินากะถามพลางมองไปทางคนร้าย “ใช่แกเป็นพวกเดี๋ยวกันกับฉันแล้วทำไมแกถึงไปช่วยนังเด็กนี่ล่ะ” “ก็เพราะว่าผมไม่ใช่พวกของลูกพี่ ไม่สิคุณคนร้าย ขอโทษนะครับแต่คุณโดนจับแล้วด้วยฝีมือของตำรวจอย่างผม” “แก ออกไปห่างๆ ไม่งั้นนังเด็กนี่ตายแน่”คนร้ายพูดพลางจับฮินากะเป็นตัวประกัน “ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน” “ปล่อยแกให้โง่นะสิ นังเด็กเจ้าปัญหา” ปัง เสียงปืนดังสนั่น คนร้ายล้มลงเพราะกระสุนที่ตำรวจยิงจากด้านหลังฮินากะรีบวิ่งไปหาตำรวจทันที “ไม่เป็นไรแล้วนะหนู ขอโทษนะที่ทำให้ต้องลำบากแบบนี้” “โอตากิซัง”ซายะตะโกนจากด้านหลังตำรวจ “พวกเธอมาที่นี่ได้ไงกันน่ะ” “เธอปลอดภัยนะ เพื่อนๆเป็นห่วงเธอมากเลยล่ะ” “ฉันโอเคดี” “หนอยพวกแก ตาย…” คนร้ายี่ยังพอมีสติหยิบปืนมาเล็กงซายะ “ระวังนะ นิเคอุจิซัง”ฮินากะพูดพลางผลักซายะแต่ทว่า ปั้ง… “โอตากิซัง” ซายะตะโกนด้วยความตกใจเพราะฮินากะได้เอาตัวมาบังกระสุนให้เธอ
(……จบบทที่ 5 แย่แล้ว!!! ฮินากะ……)
ปล.อั๊ยย๊ะ ตอนนี้ยาวจริงไรจริง รู้สึกว่าจะยาวที่สุดในบรดาตอนที่เขียนมากแล้วอ่ะนะ อิอิ
ปล2.ตอนนี้เอามาจากประสบการณ์การดูหนังหลายๆเรื่องแล้วเอามาผสมคลุกแล้วคลุกอีกจนได้ความกากขนาดนี้ออกมา